หน้าหลัก ชีวประวัติ หนังสือและเทป ฐานิโยธรรม วัดป่าสาลวัน บูรพาจารย์เจดีย์ ลิงค์เวบศาสนา
"ในหลวง" ให้ยึด คุณธรรม 4 ประการ
คัดลอกมาจาก ไทยรัฐ
ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ พระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชรมุขด้านใต้ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อช่วงสายวานนี้ (9 มิ.ย.) ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พร้อมทั้งพระราชทานวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และพสกนิกร เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล โดยในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงกล่าวถวายพระพรชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ ดังนี้

“ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ มีความปีติปราโมทย์เป็นพ้นประมาณ ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้มาประชุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล ในมหาสมาคมอันยิ่งใหญ่นี้

นับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงปฏิบัติพระองค์และปฏิบัติพระราชกิจโดยบริสุทธิ์ บริบูรณ์ทุกสถาน ทั้งตามระบอบการปกครอง และตามโบราณขัตติยะจารีต พระเกียรติคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงเป็นที่ประจักษ์ทั่วไปทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวโลกว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์สุดประเสริฐ เลิศด้วยบุญญาธิการ และเพียบเพ็ญด้วยพระบารมี

พระบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทนั้น มีเป็นอเนกประการเกินกว่าจะกล่าวขานได้ในเวลาอันจำกัด ณ มหามงคลสมัยพิเศษนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอรับพระราชทานยกพระบารมีประการหนึ่งขึ้นอ้างถวายราชสดุดี ได้แก่ สัจบารมี การรักษาสัจจะที่ตั้งไว้แก่ตนเอง และให้แก่ผู้อื่น ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงธำรงรักษาอย่างอุกฤษฏ์ อยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ เมื่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงยินยอมรับสิริราชสมบัติ ได้มีพระราชดำรัสในท่ามกลางมหาสมาคม กอปรด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการผู้ใหญ่ ว่า ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ และเพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ และในคราวที่ทรงรับพระบรมราชาภิเษก ได้ทรงประกาศพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งเป็นทั้งพระราชปณิธานและสัจวาจาพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติพระองค์มั่นคงในราชนิติธรรมของพระมหากษัตริย์ มีทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร สังคหวัตถุ พร้อมทั้งเป็นธรรมอันเป็นพละ คือกำลังของผู้ครองแผ่นดินอีก 5 ประการ และทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ ในอันที่จะปกป้องสรรพภัยพิบัติ และดำรงความผาสุกสวัสดิ์ของราชอาณาจักรและประชาชนอยู่สม่ำเสมอเป็นนิตย์ เห็นได้จากโครงการต่างๆที่ใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาททรงพระราชดำริขึ้น เพื่อปรับปรุงและพัฒนาแหล่งทำกินตลอดจนการประกอบสัมมาอาชีพของพสกนิกร และที่ใดมีทุกข์เดือดร้อน แม้อยู่ในถิ่นที่ทุรกันดารห่างไกล ก็ทรงพระราชอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุคับขันเป็นอันตรายแก่ความมั่นคงของบ้านเมือง ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทไม่เคยทรงหวั่นหวาดที่จะเผชิญและแก้ไข ทรงใช้ความถูกต้อง ความกล้าหาญ พร้อมทั้งพระขันติ และพระปรีชาญาณอันสุขุม คลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ทุกคราวมา พระราชภารกิจทั้งนั้น แม้จะเป็นภาระที่หนักและลำบากยิ่ง แต่ด้วยเหตุที่ทรงดำรงมั่นอยู่ในพระราชสัจจะ ใต้ฝ่า ละอองธุลีพระบาทจึงมิได้ทรงย่อท้อหรือหวั่นไหว หากมีพระราชหฤทัยที่แน่วแน่และมุ่งมั่น ทำให้พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญบรรลุศุภผล ยังประโยชน์และความผาสุกมั่นคงให้เกิดแก่ประชาราษฎร์ และชาติไทยอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั่วทุกเขตคามในขอบขัณฑสีมาอาณาจักร จึงมีความผาสุกร่มเย็นทั่วหน้ากัน ด้วยพระบารมีแห่งใต้ฝ่า ละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อมอยู่เป็นนิจกาล

ในมหามงคลสมัยที่ทรงครองสิริราชสมบัติยั่งยืนนานมาครบ 60 ปี จึงเป็นวาระอันควรที่คนไทยทั้งชาติจักได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี ให้ทรงมีพระราชหฤทัยผ่องแผ้วเบิกบาน โปร่งปลอดจากเรื่องรบกวนกังวล ข้า พระพุทธเจ้าเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ จึงขอพระราชทานยึดสัจธรรมขึ้นเป็นที่ตั้ง ร่วมจิตกันถวายเป็นสัตย์ปฏิญญาว่า ข้าพระพุทธเจ้าพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งปวงจักตั้งตัวตั้งใจไว้ให้มั่นคงในความซื่อสัตย์สุจริต และในความจงรักภักดี จะรักษาเกียรติและความสามัคคีให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสมอทุกเมื่อ จะตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานตามภาวะฐานะและหน้าที่ของตน โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ และจะละเว้นการประพฤติปฏิบัติที่จะทำให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท กับขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล

ขออานุภาพคุณพระรัตนตรัย และเทวาดิเทพน้อยใหญ่ผู้ปกปักบริรักษ์สยามรัฐสีมามีพระสยามเทวาธิราชเป็นอาทิ กับทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ อีกอำนาจแห่งพระราชกุศลบารมีที่ทรงสั่งสมตลอดมาหาประมาณมิได้ จงพร้อมเพรียงกันเกื้อกูลและอภิบาลบำรุงใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาทให้ทรงพระเกษมสวัสดี ทรงผ่องแผ้วด้วยพระบุญ ราศีสูงส่ง ทั้งในพระราชหฤทัยและพระวรกาย อริราชศัตรูหมู่พาลทั้งหลายพ่ายแพ้แก่พระมหากรุณาอันพิสุทธิ์ไพศาล พระกิตติคุณ บุญญาธิการแผ่ไกลในทิศานุทิศ พระราชประสงค์จงสัมฤทธิ์ทุกประการ เสด็จสถิตยั่งยืนนานในมไหศูรยสมบัติ เป็นร่มฉัตรปกประเทศ ให้เป็นบุญเขตรุ่งเรืองร่มเย็น สำหรับข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และประชาชาวไทยถ้วนหน้าได้พึ่งได้อาศัยด้วยความผาสุกสวัสดีตลอดไปชั่วกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”

ลำดับต่อมา เมื่อนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูล พระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบแก่ พระบรมวงศานุวงศ์และพสกนิกรที่เข้าเฝ้าฯ อยู่ ณ บริเวณดังกล่าว ความว่า

“ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางมหาสมาคม พร้อมพรั่งด้วยบุคคลจากทุกสถาบันในชาติตลอดจนประชาชนชาวไทย ขอขอบใจในคำอำนวยพรและการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนตั้งใจจัดให้ข้าพเจ้าเป็นพิเศษ ทั้งรัฐบาลได้จัดงานครั้งนี้ได้เรียบร้อยและงดงาม น้ำใจไมตรีของประชาชนชาวไทยที่ร่วมกันแสดง ออกทั่วประเทศ รวมทั้งที่พร้อมเพรียงกันมาในวันนี้ น่าปลาบปลื้มใจมาก เพราะแต่ละคนได้แสดงออกและตั้งใจมาด้วยความหวังดีจากใจจริง จึงขอขอบใจทุกๆ คน จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนทุกฝ่ายนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้วมีกำลังใจมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคี ที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตามุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน

ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และกับประเทศชาติ

ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน

ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล หากความคิดจิตใจ และการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดี ที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลในกายในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่า ประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้

จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้กันต่อไปอย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและในภายหน้า

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล จงคุ้มครองรักษาประเทศชาติไทย ให้ปลอดพ้นจากภัยอันตรายทุกสิ่ง และอำนวยความสุขความเจริญสวัสดี ให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั่วกัน”


พสกนิกรเรือนแสนถวายพระพร
ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าของวันที่ 9 พฤษภาคม 2549 บริเวณโดยรอบพระที่นั่งอนันตสมาคม ลานพระบรมรูปทรงม้า และถนนใกล้เคียงวันนี้ช่างแตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เหตุลานพระบรมรูปทรงม้า คราคร่ำไปด้วยคลื่นมหาชนนับแสนชีวิตที่พากันมาจากทุกสารทิศ ภาพวัยรุ่นหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ อุ้มลูกจูงหลาน ทุกคนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง คนเหล่านี้ต่างมีจุดประสงค์หนึ่งเดียวกันคือ.....

"เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายความจงรักภักดี และชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

วันที่ 9 มิถุนายน 2549 นับเป็น "มหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง" รัฐบาลได้กำหนดให้จัดงาน "พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี" เนื่องในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 60 ปี มีการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าขณะนี้ได้เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นตามลำดับ ร้อนมากขึ้น และร้อนมากขึ้น ราวจะแข่งกับคลื่นมหาชนที่ทยอยเข้ามายังลานพระบรมรูปทรงม้าอย่างไม่ขาดสายที่ขณะนี้แทบไม่มีที่ว่างให้เดินไปทางใด

ความร้อนกายภายนอกมิอาจสู้ความเย็นภายในใจที่เต็มเปี่ยมไปความภักดีอันบริสุทธิ์ คลื่นมหาชนที่มารอชมพระบารมีมิได้ถอยหนีไปไหน บ้างหากระดาษมาปูนั่งบนพื้นถนน บ้างหลบความร้อนใต้เงาร่มไม้ บ้างยืนตากแดดเพราะไม่มีที่หลบ บ้างจับกลุ่มสนทนาถึงเรื่องพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านมีต่อพสกนิกร

"ดีใจที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทย ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานขอเทิดทูนเป็นมิ่งขวัญ"เป็นเสียงเอ่ยของหนุ่มใหญ่วัย 38 ปี ขาพิการ 2 ข้างนาม "จักรี วงศ์บุญ" อาจารย์โรงเรียนอาชีวศึกษามหาไถ่ พัทยา ซึ่ง เป็นโรงเรียน สำหรับคนพิการทางร่างกาย

อาจารย์จักรีบอกว่า วันนี้พานักเรียนซึ่งทุกคนมีความพิการมาชื่นชมพระบารมีกว่า 90 คนออกจากพัทยาตี 5 ถึงถนนราชดำเนินนอกตอน 07.00 น. และขอให้พระองค์อยู่คู่ประเทศไทยให้ยาวนานขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ของพสกนิกรไปตราบนานเท่านาน

"ที่ผ่านมา พระองค์ท่านเหนื่อยมามากแล้ว ไม่อยากให้พระองค์มีเรื่องวุ่นวายพระราชหฤทัย ประเทศไทยหากไม่มีในหลวงคงแย่ ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตพระองค์ท่านจะชี้ทางออกให้เสมอ สำหรับคนพิการอย่างผมตั้งใจจะประกอบอาชีพที่สุจริตและทำตัวเป็นพลเมืองที่ดีเพื่อถวายแก่พระองค์ท่าน"

เช่นเดียวกับ "วีซีด สายนุ้ย" วัย 20 ปี เด็กหนุ่มแขนซ้ายพิการ จากโรงเรียนอาชีวศึกษามหาไถ่ บอกว่า "ภูมิใจที่ประเทศไทยมีในหลวง ไม่มีประเทศใดในโลกแล้วที่จะมีพระบารมีได้เหมือนประเทศไทย ผมภูมิใจมากครับที่ได้เกิดเป็นคนไทยขอถวายพระพร ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน วันนี้แม้เข้าไปไม่ถึงลานพระบรมรูปทรงม้าแต่ก็ดีใจที่ได้มา"

ความรู้สึกของเด็กหนุ่มแขนซ้ายพิการรายนี้มิได้แตกต่างจากความรู้สึกประชาชนเรือนแสนที่เข้าไปไม่ถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ทุกคนต่างจับจ้องจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ 8 จอ ที่กระจายในพื้นที่ 8 จุด เพื่อชื่นชมพระบารมี

ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจตรารักษาความปลอดภัยในจุดต่างๆ เต็นท์พยาบาลเต็มไปด้วยผู้เป็นลมแดดเป็นระยะๆ ขณะที่ห้องน้ำในทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 ฝั่งถนนราชดำเนินมีประชาชนมาใช้บริการต่อคิวยาวเหยียดจนเต็ม

อีกมุมหนึ่งบนถนนราชดำเนิน "ธนภัทร มีสา"ดีเจหนุ่มวัย 29 ปี ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ได้บอกว่านับเป็นครั้งแรกที่มาชื่นชมพระบารมีเพราะที่ผ่านมาได้เห็นพระองค์ท่านแต่ในโทรทัศน์

ดีเจหนุ่ม บอกให้ฟังว่า "ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้เรื่องทุกข์ร้อนของพระองค์มลายหายไปโดยไวคนไทยโชคดีที่สุดในโลก ถึงแม้จะยากจนปานใดก็โชคดีที่สุดในโลก ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย รักชาติไทย รักในหลวงของไทย พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาเมตตาประชาชน เป็นบุญของปวงชนชาวไทยขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"

อีกมุมหนึ่งหน้ากระทรวงศึกษาธิการ นางธนิต สว่างศรี อายุ 47 ปี ชาวกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ที่เดินทางมาชื่นชมพระบารมีตั้งแต่ตี 5 บอกว่าซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านมีต่อพสกนิกรของพระองค์ พระองค์ท่านรักพสกนิกรด้วยความรักอย่างจริงใจ ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกายในขณะที่ทรงงาน คงไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกนี้ที่จะทุ่มเทและทรงงานเพื่อประชาชนของพระองค์ได้เท่าพระมหากษัตริย์พระองค์นี้

ทุกครั้งที่ได้ดูข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่เสด็จทรงงานไปทุกๆ แห่งของพื้นแผ่นดินไทยพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าและพระบรมวงศานุวงศ์ จะรู้สึกกับตัวเองว่าเป็นบุญของตัวเราที่ได้เกิดมาบนพื้นแผ่นดินไทย เพราะฉะนั้น พระองค์ทรงรักห่วงใยประชาชนขนาดนี้ เราในฐานะประชาชนอย่าทำอะไรที่จะทำให้เสียพระทัยเลย

ปิดท้ายที่ ด.ญ.กมลเกสร รวบทองศรี หรือ "น้องจ๋อมแจ๋ม" หนูน้อยอายุ 9 ขวบ ที่วันนี้เกือบหาเสื้อสีเหลืองมาใส่ไม่ได้และยอมตากแดดมากับคุณย่าบอกว่า "รักในหลวงมากขอให้พระองค์อยู่คู่ประเทศไทยให้ยาวนานขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน"

ครั้นเมื่อถึงเวลาที่คลื่นมหาชนรอคอย ภายหลังพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหา กษัตริยาธิราชเจ้า ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ และตำรวจถวายความเคารพ และยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด พระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักรเจริญชัยมงคลคาถา ประกอบพิธีกรรมของศาสนาอื่นๆ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร ถวายพระชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ หลังจากนั้นนายรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคมมีพระราชดำรัสตอบผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กระทั่งเสร็จสิ้นพิธีการคลื่นมหาชนพร้อมใจกันโบกธงสีเหลืองพร้อมเปล่งเสียงตะโกนกึกก้อง "ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ" นานนับสิบนาทีราวกับแผ่นดินแห่งนี้จะสั่นสะเทือน

น้ำตาแห่งความปีติค่อยๆ เอ่อล้นออกมาไหลอาบสองแก้ม ความรู้สึกจากเบื้องลึกถูกกลั่นออกมาจากหัวใจด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกาย เพื่อแผ่นดินไทยมานานแสนนาน...นานแสนนานที่ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์แก่พสกนิกรอย่างแท้จริง แม้หนทางนั้นจะลำบาก ทุรกันดาร หรือมีภัยตราย พระองค์ก็มิทรงย่อท้อ เสียงเปล่งตะโกน "ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน" ยังคงกึกก้อง.....นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ซาบซึ้งตรึงใจเป็นที่สุด
กลับหน้าหลัก