| ขับรถไปทับสัตว์ตายโดยที่ไม่มีเจตนามีบาปมั๊ย |
ถาม : ขับรถไปทับสัตว์ตายโดยที่ไม่มีเจตนา บางทีขับรถไป สุนัขวิ่งตัดหน้ารถเนี่ยก็ไปทับสุนัขตาย ไก่วิ่งตัดหน้ารถ ก็ไปทับไก่ตาย โดยที่ไม่ได้เจตนาว่าจะไปทับสัตว์เหล่านี้ ถามว่ามีบาปมั๊ยเนี่ย ไม่สบายใจ
พระครูฯ : ความจริงนั้นมันประสบกันอยู่เรื่อยๆ ไป จะเป็นพระก็ตาม เป็นโยมก็ตาม เป็นพระก็เหมือนกัน นั่งรถไปก็มักจะเจออยู่เหมือนกัน ถ้าหากนั่งรถหลายๆ ปีนี่ต้องเจอ อย่างอาตมานี่ก็เจอเหมือนกัน บังเอิญอาตมาก็นั่งรถไปกับโยมคันหนึ่งไปทางจันทบุรี ไอ้หมา ๒ ตัว เขาก็ยืนกลางถนน
อีกตัวหนึ่งจะกัดกับตัวนี้ ก็ยืนหันหน้าเข้าหากัน ก็จะกัดกันอยู่นั่นแหละ รถวิ่งไปก็พอดีกรรมการไปพอดี โชวเฟอร์มันว่า นี่ ๆ อาจารย์ กรรมการไปแล้ว ก็ไปชนผ่ากลางเลย ตายทั้ง ๒ ตัวเลย คือมันกระชั้นชิดเบรคไม่ได้ ถ้าเบรคเราก็อันตราย
|
|
 |
|
ถาม : แล้วอย่างนี้จะถือว่าบาปมั๊ย
พระครูฯ : ตามหลักของศีลของธรรม ท่านว่าเจตนาคือความจงใจ ทีนี้คำว่าจงใจหรือเจตนานี้ หมายความว่าเห็นสัตว์มันอยู่สามารถที่จะหลบได้ อยู่ห่างตั้งเป็น ๑๐๐-๒๐๐ เมตร เราสามารถที่จะหลบได้ เราสามารถที่จะชะลอได้ แต่ว่าตั้งจิตเจตนาไม่หลบไม่ชะลอไม่อะไรล่ะ หมาตัวนี้มันเกะกะถนน ชนให้ตาย
อย่างนี้ผิดศีล แต่ว่าถ้ามันกระชั้นชิดอย่างที่อาตมานั่งรถไปด้วย แล้วใครก็ตามที่ขับรถไปไม่มีเจตนาเพราะมันไม่สามารถที่จะหลบได้ ถ้าสมมติว่าถ้าเราหลบหมา เราก็เป็นอันตราย หลบหมาเราอาจไปชนเสาไฟหรือชนกับรถคันอื่น เราตายขึ้นมา เราก็เสียประโยชน์ของเรา ชีวิตเราอาจจะอยู่อีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า
เรายังทำประโยชน์ได้อีกมาก แต่ทีนี้เราจะมาหลบหมาแล้วเกิดตายขึ้นมา เราก็เสียประโยชน์ไปมาก
ความจริงทุกคนไม่ต้องการจะชนหรอก เพราะว่ากันชนนี่ก็หลายตังค์นะ ตั้งแต่ ๒-๓ พันขึ้นไปเป็นหมื่นมีนะ เพราะฉะนั้นชนหมานี่ ชนแรงๆ กันชนนี่ไปเลยนะ ยิ่งถ้าเป็นรถเก๋ง เป็นไฟเบอร์ ข้างล่างนี่ไม่มีเหลือเลยนะ ดีไม่ดีหม้อน้ำไปเลยนะ เพราะฉะนั้นเจตนาไม่มีหรอก ศีลมันตัดสินกันด้วยเจตนา
พระพุทธเจ้าบอกว่า "เจตนาหัง สีลัง วทามิ" การที่เราทำอะไรด้วยเจตนานั้นแหละคือการล่วงละเมิดศีลหรือศีลขาด ถ้าเราไม่มีเจตนา มันไม่บาปเพราะมันสุดวิสัย
ถอดคำพูดจากรายการวิทยุ "เสียงชุมชน" ๘ ธ.ค. ๔๔ |
 พระครูชัยเขตคณานุรักษ์ รองเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน |
 |