หน้าแรก
พระพุทธเจ้า
เสียงธรรมบรรยาย
(เว็บบอร์ด) forum
สารบัญเว็บไทย
คำสอนหลวงพ่อพุธ
รวมรูปภาพ
Guestbook
อ่านมิลินทปัญหา คลิกที่นี่
อ่านจตุคามรามเทพ  คลิกที่นี่
อ่านฐานิโยธรรม  คลิกที่นี่
อ่านฮาธรรมะ พระพยอม  คลิกที่นี่
ขอต้อนรับสู่ โรงแรมเดอะริช

“ความรัก” ที่รุมเร้าลบเลือนภาพพุทธแห่งม่อเกาคู

ช่างกำลังบรรจงซ่อมแซมภาพเขียนสีบนผนังในม่อเกาคู

เอเอฟพี/ผู้จัดการออนไลน์--ท่ามกลางแสงตะเกียงดวงเล็ก นายช่างกำลังบรรจงป้ายน้ำยาประสานลงบนภาพเขียนสีน้ำล้ำค่าอายุกว่า 1,000 ปี เพื่อต่อชีวิตพุทธศิลป์แห่งถ้ำผาม่อเกาคู เมืองตุนหวง ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมอันเลื่องลือในอดีต

จิตรกรรมพุทธศิลป์แห่งม่อเกาคูนี้ ถือกำเนิดจากแรงบันดาลใจในคุณค่าพุทธศาสนาเมื่อ 1,650 ปี ผู้สร้างคือพระที่มาปฏิบัติธรรมปลีกวิเวกในถ้ำผากลางทะเลทรายตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 4 ในช่วงราชวงศ์จิ้นตะวันออก (ค.ศ.317-420) และมีการประดิษฐ์ประดอยสืบเนื่องกันมาถึงราชวงศ์หยวน (ค.ศ1271-1368) รวมเวลาการสะสมกว่า 1,000 ปี ภาพพระพุทธและเรื่องราวชีวิตที่เกี่ยวโยงกับพุทธศาสนาถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรประณีตในถ้ำผาถึง 492 แห่งของม่อเกา ความงดงาม อลังการ และคุณค่าทางศิลปะ อีกทั้งคัมภีร์พุทธศาสนาอันล้ำค่านิรันดร ส่งให้ถ้ำผาพุทธศิลป์แห่งม่อเกาคู ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

ช่างกำลังบรรจงซ่อมแซมภาพเขียนสีบนผนังในม่อเกาคู

ทว่า ณ วันนี้ รูปลายศิลป์เหล่านี้ กำลังเลือนลายไปอย่างน่าใจหาย สืบเนื่องจากกระแสท่องเที่ยว และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

ฟาน ไจ้เสวียน หัวหน้าผู้รับผิดชอบงานปฏิสังขรณ์ภาพจิตรกรรมม่อเกาคู กำลังทำงานแข่งขันกับเวลา เพื่อต่อชีวิตแก่มรดกชิ้นเอกของโลกนี้ เขาเล่าว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ภาพฯเหล่านี้ เสื่อมสลายไปอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เลวร้ายลงทุกวัน พายุทะเลทรายที่พัดกรรโชกอย่างรุนแรงบ่อยมากขึ้น ได้ทำลายสมดุลสภาพแวดล้อมภายในถ้ำ “งานที่ยากที่สุดของเราคือ การปกป้องสิ่งแวดล้อมในถ้ำ โดยเฉพาะจากพายุทะเลทราย ที่เป็นตัวทำลายจิตรกรรมอย่างร้ายกาจที่สุด”

หวัง สี่ว์ตง หัวหน้าสถาบันศึกษาแห่งตุนหวง เล่าถึงความยากลำบากและซับซ้อนของงานปฏิสังขรณ์ว่า “แต่ละถ้ำนั้น มีสภาพความชื้น อุณหภูมิ และละอองแร่ธาตุที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจะต้องกำหนดวิธีการซ่อมแซมที่แตกต่างกันไปในแต่ละถ้ำ”

ช่างกำลังบรรจงซ่อมแซมภาพเขียนสีบนผนังในม่อเกาคู

ภาพพุทธศิลป์ ซึ่งเป็นศิลปะโดดเด่นที่สุดของถ้ำผาม่อเกาคู ดารดาษบนพื้นที่ถึง 45,000 ตารางเมตร ได้บรรสานรูปแบบศิลปะลายผ้า การเต้นรำ และใบหน้าของอินเดีย และเอเชียกลาง จนเกิดเป็นลัทธิสากลแห่งถนนสายไหม ถ้ำขุมสมบัติพุทธศิลป์ถูกค้นพบเมื่อราว 100 ปีที่ผ่านมา จากนั้น ก็ถูกปล้นสะดม นำสมบัติออกขายกันเป็นว่าเล่นอย่างไม่มีใครใยดี

มาถึงทุกวันนี้ แม้ถ้ำมรดกโลกแห่งนี้ได้รับความสนใจ และอนุรักษ์ แต่ก็กำลังเสี่ยงต่อ “ความรัก” ที่รุมเร้าเข้ามาพร้อมกับพิษถึงตาย ที่เร่งการลบเลือนของจิตรกรรมพุทธศิลป์บนผนังถ้ำ

นักท่องเที่ยวที่ถ้ำผาพุทธศิลป์แห่งม่อเกาคู

ด้วยกระแสการท่องเที่ยวสันทนาการที่คึกคักขึ้นในจีน แต่ละวัน มีผู้คนหลั่งไหลมาชมถ้ำม่อเกาคูถึงมากกว่าวันละ 7,000 คน ขณะที่ ตัวเลขที่เหมาะสมและปลอดภัยอยู่ที่ 2,000 คน เนื่องจากยิ่งมีผู้คนเข้ามามากมาย ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิ และความชื้น ก็ยิ่งเพิ่มสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นศัตรูตัวเอ้ของภาพเขียนสีน้ำบนผนัง นายหวังบอกว่า การที่จะทำให้สภาพแวดล้อมในถ้ำคืนสู่สภาพปกตินั้น เป็นเรื่องยากมาก

สำหรับการปิดถ้ำฯนั้น ก็เป็นเรื่องยาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหานี้ จึงเป็นการซ่อมแซม ซึ่งก็เป็นงานที่โหดหินอีกเช่นกัน เนื่องจากจะหาช่างฝีมือดีพอ มาทำงานละเอียดประณีต ได้ยากเหลือเกิน.

ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากถึง 7,000 คน หลั่งไหลมาชมถ้ำผาพุทธศิลป์แห่งม่อเกาคู ขณะตัวเลขที่ปลอดภัยสำหรับรักษาภาพเขียนสีบนผลังหรือเฟรสโกในถ้ำม่อเกาคู อยู่ที่ 2,000 คน



อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
'ม่อเกาคู' พุทธศิลป์ชิ้นเลิศที่ตุนหวง
ม่อเกาคู : จากแรงศรัทธาสู่รอยจารึก (1)
ม่อเกาคู : การสาบสูญและการค้นพบ (2)


ไปข้างบน
แลกเปลี่ยนความรู้ - แสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่นี่
ความเห็นท้ายข่าว: 
โดยคุณ: 

เชื่อมต่อฐานข้อมูลไม่ได้